การเคหะแห่งชาติ ชู “โครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า”

การเคหะแห่งชาติ ชู “โครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า”

ตัวอย่างสังคมคุณภาพ “สร้างอาชีพ สร้างรายได้” ผู้อยู่อาศัยในชุมชนอย่างยั่งยืน 

เข้าถึงง่าย ด้วยค่าเช่าเริ่มต้นเพียง 1,500 บาท

โครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า หนึ่งในโครงการที่อยู่อาศัยนำร่องในโครงการ “บ้านเคหะสุขประชา” จากนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ประสบปัญหาเรื่องการประกอบอาชีพ การหารายได้ดูแลตนเองและครอบครัว ซึ่งเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 การเคหะแห่งชาติ ได้มีการจัดพิธีส่งมอบสิทธิบ้านเช่าโครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า ให้กับผู้แทนผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางเป็นที่เรียบร้อย โดยคาดว่าโครงการจะก่อสร้างแล้วเสร็จและสามารถเข้ามาอยู่อาศัยได้ในช่วงเดือนเมษายน 2565

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า โครงการบ้านเคหะสุขประชา จัดตั้งขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “บ้านเช่าพร้อมอาชีพ เป็นการพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้กับผู้อยู่อาศัย ตามความเหมาะสมในการพัฒนาโครงการของแต่ละพื้นที่ ประกอบด้วย 6 อาชีพ ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ ปศุสัตว์ อาชีพบริการชุมชนและชุมชนข้างเคียง ตลาด อุตสาหกรรมขนาดเล็ก และศูนย์การค้าปลีก-ส่ง เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนตามภูมิสังคมของพื้นที่นั้น ๆ เริ่มตั้งแต่การผลิตไปจนถึงช่องทางการจัดจำหน่าย

สำหรับโครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า ยังได้จัดเตรียมพื้นที่ “เศรษฐกิจสุขประชา” ซึ่งจะได้รับการพัฒนาในรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ เพื่อรองรับการจ้างงานและสร้างอาชีพให้กับผู้อยู่อาศัยในชุมชน รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในชุมชนให้เกิดความยั่งยืนต่อไป 

“เรายังให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม กรณีผู้เช่าบ้านเคหะสุขประชาที่มีอาชีพ แต่ไม่มีเงินทุน การเคหะแห่งชาติ ได้ร่วมกับธนาคารออมสิน ให้การสนับสนุนในเรื่องสินเชื่อกับกลุ่มผู้เช่า เพื่อที่จะมีเงินทุนนำมาพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ให้เกิดความมั่นคงต่อไป” นายทวีพงษ์ กล่าว

นายณพลพัทธ์ เอี่ยมอ่องพันธ์ สถาปนิก 7 กองบริหารโครงการ 3 ฝ่ายพัฒนาโครงการ 3 โครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า เปิดเผยว่า โครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า มีพื้นที่ 20 ไร่เศษๆ มีจำนวนบ้านสุขประชา 270 หน่วย ค่าเช่าเริ่มต้นอยู่ที่ 1,500 บาทต่อเดือน ในขนาด 30 ตารางเมตร สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ โดยออกแบบเพื่อการอยู่อาศัยของคนกลุ่มนี้ อาทิ ห้องน้ำจะเป็นประตูบานเลื่อน และขนาดใหญ่กว่าปกติ สำหรับผู้ที่ใช้รถเข็นสามารถเข้าออกห้องน้ำได้ เป็นต้น

“เราไม่ได้สร้างแค่บ้าน แต่เราสร้างสังคมคุณภาพ ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ดี และก่อให้เกิดรายได้กับคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ พร้อมสร้างความสุขให้กับคนที่อาศัยในบ้าน” นายณพลพัทธ์ กล่าว

นายณพลพัทธ์ กล่าวว่า โครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า ตั้งอยู่ในเขตเมืองและเขตชุมชน การเคหะแห่งชาติ จึงได้มีการก่อสร้าง Mini Mall ขึ้น โดยเปิดให้วิสาหกิจชุมชน เอกชนทั่วไป หรือคนที่อาศัยในชุมขน สามารถเข้ามาเปิดร้านค้า โดยมีพนักงานเป็นผู้อยู่อาศัยในชุมชนเพื่อสร้างอาชีพ ภายใน Mini Mall ยังมีการจัดตั้ง Academy ศูนย์อบรม และศูนย์ฝีกอาชีพ เพื่อเป็นที่สำหรับสร้างกลุ่มอาชีพในชุมชน โดยการเคหะแห่งชาติ จะให้ความช่วยเหลือด้วยการรับผลผลิตของคนในชุมชนมาจัดจำหน่ายใน Mini Mall หรือในตลาด เพื่อสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนอีกทางหนึ่ง

ปัจจุบันโครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า เป็นตัวอย่างของการสร้างกลุ่มอาชีพที่หลากหลาย ยกตัวอย่าง วิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการอย่างเข้มแข็งมาอย่างต่อเนื่อง คุณภาณิภัค บุญแลบ เหรัญญิกกลุ่มนวดแผนไทย ศูนย์ชุมชนบ้านเอื้ออาทรร่มเกล้า 2 เปิดเผยว่า กลุ่มนวดแผนไทยเริ่มมาตั้งแต่ปี 2554 จากการรวมกลุ่มนวดทดลอง เมื่อการเคหะแห่งชาติเห็นว่าสามารถดำเนินการไปได้ดีและเป็นประโยชน์ต่อชุมชน จึงให้เช่าห้องเปิดให้บริการเป็นกิจจะลักษณะ โดยคิดค่าเช่าเพียงเดือนละ 2,000 บาทจนถึงปัจจุบันนี้

นางสุจิน รุ่งสว่าง ประธานกองทุนหมู่บ้านขุมชนเคหะร่มเกล้า โซน 1 ในฐานะประธานกลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้า ชื่อกลุ่ม “สูงวัยใจกล้า” กล่าวว่า เรารวมกลุ่มจากคนที่มีอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า โดยกลุ่มจะเป็นคนรับงาน กระจายให้สมาชิก เมื่อสมาชิกตัดเย็บเสื้อผ้าเสร็จจะจัดจำหน่าย จุดเด่นคือ เสื้อผ้าคุณภาพดี ราคาถูก หนึ่งในสมาชิกกลุ่มตัดเย็บสูงวัยใจกล้า นางกรหยก สุวรรณศรี กล่าวว่า ตนอยู่ในโครงการแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2527 ทำอาชีพเย็บผ้า โดยทำงานที่บ้านและสร้างรายได้จากที่บ้าน เวลาว่าง สามารถไปออกกำลังกายในสวนสาธารณะของโครงการ สังสรรค์กับเพื่อนๆ หรือไปเดินช้อปปิ้ง ซื้อของ เป็นสังคมคุณภาพที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพอย่างแท้จริง   

โครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า จึงเป็นตัวอย่างของ “ชุมชนน่าอยู่” ของการเคหะแห่งชาติ นอกจากช่วยเหลือประชาชนให้สามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น ด้วยค่าเช่าราคาถูก ขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนสามารถหาความสุข สร้างรายได้ สร้างรอยยิ้ม ทั้งหมดประกอบขึ้นเป็นสังคมคุณภาพ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง

Compare listings

เปรียบเทียบ